ฮันซี ฟลิค กุนซือแชมป์ยุโรป เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ด้วยการใช้หน้าเป้าเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ประสานงานในแนวรุกร่วมกับ เลรอย ซาเน, คิงส์ลีย์ โกมาน และ แซร์ช กนาบรี้ ด้านแชมป์คอนคาเคฟของ ริคาร์โด้ แฟร์เร็ตติ วางหมากมาในแผน 4-4-2 โดยใช้ดาวยิงอดีตทีมชาติฝรั่งเศสอย่าง อ็องเดร-ปิแอร์ ชีญัก จับคู่ในแดนหน้าร่วมกับ คาร์ลอส กอนซาเลซ

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกมาถึงนาทีที่ 18 บาเยิร์น เกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่ โจชัว คิมมิช ตะบันด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลพุ่งเสียบมุมเข้าไป แต่ VAR เช็กว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ที่มีส่วนยืนบังการเซฟของผู้รักษาประตู ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 0-0 ครึ่งหลัง นาทีที่ 59 บาเยิร์น ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อ โจชัว คิมมิช ตักบอลเข้ากรอบเขตโทษ ผู้รักษาประตูติเกรส ปัดบอลมาเข้าทาง แบงฌาแมง ปาวาร์ วอลเลย์ด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม บาเยิร์น มิวนิก ชนะ ติเกรส 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลสโมสรโลก เป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้มาแล้ว เมื่อปี 2013